5 พ.ค. 2567

739

ต่อภาษีรถไถสำคัญย่างไร? เกษตรควรรู้

รถแทรกเตอร์ รถเกี่ยวนวดข้าว หรือ รถขุดคูโบต้า ก็ต้องต่อภาษีนะ !

เกษตรกรบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า รถที่ใช้ในการทำเกษตรเหล่านี้ ก็ต้องต่อภาษีประจำปีเหมือนกัน
แล้วการต่อภาษีมีความสำคัญอย่างไร? ทำไมถึงต้องต่อ? ถ้าไม่ต่อจะมีผลเสียอะไรบ้าง?
.
สยามคูโบต้า ลีสซิ่ง จะมาอธิบายให้เกษตรกรได้เข้าใจกัน
.
ความสำคัญของการต่อภาษี?
การต่อภาษีรถเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องดำเนินการต่อทุกปี 
🔸ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กฎหมายบังคับให้ทุกคนที่มีรถเอาไว้ในครอบครองต้องดำเนินการเสียภาษีประจำปี
🔸ป้ายภาษีเป็นหลักฐานการแสดงต่อหน่วยงานรัฐว่าทำตามกฎหมายถูกต้อง ไม่ต้องถูกปรับ
🔸การต่อภาษีรถเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาความคุ้มครองจากผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.)
ดังนั้น เกษตรกรควรต่อภาษีประจำปีเพื่อความถูกต้องและการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 
.
หากไม่ต่อภาษีจะมีผลกระทบอะไรบ้าง?
การค้างชำระภาษีมีผลต่อการถูกระงับทะเบียนและถูกปรับ
🔸กรณีค้างชำระภาษีรถประจำปีไม่ถึง 3 ปี : นายทะเบียน (ขนส่ง) มีอำนาจที่จะไม่รับดำเนินการด้านทะเบียนใด ๆ จนกว่าจะเสียภาษีที่ค้างชำระและเงินเพิ่มให้ครบถ้วน
🔸กรณีค้างชำระภาษีรถประจำปีติดต่อกันครบ 3 ปี : ทะเบียนรถจะถูกระงับไป จะต้องนำคู่มือจดทะเบียนรถไปแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง (ฝ่าฝืนอาจถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท) หากจะต้องดำเนินการเกี่ยวกับเล่มทะเบียน จะต้องชำระค่าภาษีที่ค้างสามปีและเงินเพิ่ม รวมถึงต้องดำเนินการขอจดทะเบียนรถใหม่ต่อไป
ส่วนกรณีที่ผู้ครอบครองกระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ใช้รถที่ถูกระงับทะเบียน หรือใช้รถที่ไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษีรถประจำปี ผู้ครอบครองจะต้องเสียค่าปรับด้วยตนเอง
.
ขั้นตอนการต่อภาษีประจำปี 
ขั้นตอนการต่อภาษีสามารถต่อล่วงหน้าได้ 90 วันก่อนวันครบกำหนดต่อภาษี โดยการนำเล่มทะเบียนจริง หรือสำเนา และพรบ. ไปยื่นได้ที่กรมการขนส่งทั่วประเทศ 
.
เกษตรกรอย่าลืมไปต่อภาษีรถประจำปีกันนะ สำหรับเกษตรกรที่ไม่สะดวกหรืออยู่ห่างไกล สยามคูโบต้า ลีสซิ่ง มีข่าวดีมาบอก 
เรามีบริการต่อภาษีสำหรับลูกค้าสยามคูโบต้า ลีสซิ่ง ต่อง่ายแค่ส่งเอกสารมาที่บริษัท แล้วรอรับป้ายภาษีที่บ้านได้เลย เกษตรกรที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.skl.co.th/license/tax 
.
ต่อภาษีรถไถให้ถูกต้องตามกฎหมาย แค่นี้ก็ทำงานได้อย่างสบายใจ 
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมขนส่งทางบก

ดูข่าวทั้งหมด ดูข่าวทั้งหมด

ข่าวอื่นที่คุณอาจสนใจ