1 พ.ค. 2567

3,565

วิธีรับมือภัยแล้ง จากเอลนีโญ!!

ทั่วโลกต่างประสบปัญหาเผชิญกับความผันผวนของสภาพอากาศ เช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่เจอกับสภาวะอากาศที่ร้อนขึ้นในทุกปี ฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาล และในปีนี้ยังต้องเผชิญปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Nino) ซึ่งเกิดจากการที่กระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกถูกกระแสลมค้า (Trade Winds) พัดกระแสน้ำอุ่นไปยังทวีปอเมริกาใต้ ส่งผลให้ทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดฝนทิ้งช่วงและเจอกับภาวะแห้งแล้ง ทำให้เกิดผลกระทบกับการทำเกษตรของเกษตรกรหลาย ๆ คน

ในโพสต์นี้ สยามคูโบต้า ลีสซิ่ง มีแนวทางการรับมือกับสภาวะเอลนีโญให้กับเกษตรกรได้เตรียมรับมือ
👉🏻 1. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตร
ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูก เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพอากาศร้อน โดยลดการปลูกพืชที่ใช้น้ำเยอะ และหันมาปลูกพืชที่อายุสั้น หรือพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน
🔸ปลูกพืชที่อายุสั้น เช่น คะน้า ผักบุ้ง กะหล่ำ ที่ใช้เวลาเพาะปลูกเพียง 25-30 วัน ไม่ต้องสำรองน้ำไว้ใช้นาน 
🔸ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย จำพวก ข้าวโพด แตงกวา ถั่ว และฟักทอง จะช่วยประหยัดน้ำในการเพาะปลูก

👉🏻 2. วางแผนจัดการและกักเก็บน้ำ
เนื่องจากฝนขาดช่วง อาจทำให้มีน้ำไม่เพียงพอในการทำเกษตร จึงควรวางแผนการจัดการน้ำอย่างรอบคอบ เช่น
🔸เตรียมน้ำสำรองฉุกเฉินไว้
🔸วางแผนการใช้น้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้ได้เพียงพอในการทำเกษตรและใช้ในการอุปโภค/บริโภค 
🔸ลดการใช้น้ำอย่างไม่จำเป็น และใช้น้ำให้คุ้มค่าที่สุด
🔸ปิดน้ำให้สนิททุกครั้งหลังการใช้

👉🏻 3. ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ
ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอยู่เสมอ เช่น ช่วงไหนที่มีอากาศร้อนจัด หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากอากาศร้อน หรือช่วงไหนแล้งมาก ต้องเฝ้าระวังการเกิดไฟไหม้จากหญ้าหรือใบไม้แห้ง การติดตามสภาพอากาศทำให้สามารถวางแผนการเพาะปลูกในอนาคตได้ >> ส่วนฝากปรับคอนเทนต์ใหม่นะคะ เนื่องจากเนื้อหาเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร คิดว่าเรื่องการเจ็บป่วยอาจจะไม่เกี่ยวข้องค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยพีบีเอส และ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดน่าน

ดูข่าวทั้งหมด ดูข่าวทั้งหมด

ข่าวอื่นที่คุณอาจสนใจ